Logo
 
Quitline
  • เลิกบุหรี่เชิญทางนี้
  • เกี่ยวกับเรา
    ความเป็นมา หลักการ วิสัยทัศน์ บริการ ติดต่อเรา งานวิจัย บทความ รายงานประจำปี กิจกรรมของเรา
  • บริการ
    U QUIT U REFER U CAN คู่มือเลิกบุหรี่
  • ข้อมูลข่าวสาร
    ข่าวจากผู้บริหาร รายงานประจำปี คู่มือเลิกบุหรี่ งานวิจัย บทความ การรณรงค์เลิกบุหรี่ จากใจให้คุณ ประกาศ

ก้าวต่อไปของชีวิต ก่อนโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

2022-04-20 17:33:14
Tweet

เรื่องโดย ปัญจวรา บุญสร้างสม Team Content www.thaihealth.or.th

ข้อมูลบางส่วนจาก งานเสวนา “เสียงจากชุมชนและคนงาน ก่อนสงกรานต์และโควิดเป็นโรคประจำถิ่น”

 

ก้าวต่อไปของชีวิต ก่อนโควิดเป็นโรคประจำถิ่น

คงปฏิเสธไม่ได้ว่า การแพร่ระบาดของ ‘โควิด-19’ ทำให้ชีวิตของเราไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ทุกคนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ โควิด-19 มาอย่างยาวนาน เรียนรู้ ปรับตัว หาวิธีป้องกัน และอยู่กับมันให้ได้ จนถึงวันนี้ แม้ยอดผู้ติดเชื้อจะยังค่อนข้างสูง การแพร่ระบาดของเชื้อยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง และดูไม่มีทีท่าว่าจะหายไปในเร็ว ๆ นี้ แต่ถึงอย่างนั้น เราก็คงต้องใช้ชีวิตกันต่อไป อีกทั้งในส่วนของภาคเศรษฐกิจ และสังคม ก็จะต้องเร่งฟื้นฟู และขับเคลื่อนไปต่อให้ได้

ด้วยเหตุนี้ จึงเป็นที่มาของการจัดงานเสวนา “เสียงจากชุมชนและคนงาน ก่อนสงกรานต์และโควิดเป็นโรคประจำถิ่น” โดยความร่วมมือของมูลนิธิหญิงชายก้าวไกล มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว เครือข่ายองค์กรงดเหล้า และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อรับฟังเสียงสะท้อนจากภาคประชาชน และขับเคลื่อนนโยบายเพื่อสิทธิทางสุขภาพแรงงาน เพื่อเตรียมรับมือหากมีการปรับมาตรการให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น

ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. กล่าวถึงการเตรียมตัวรับมือหากโควิด-19  ถูกปลดออกจากโรคติดต่อร้ายแรงกลายเป็นโรคประจำถิ่นว่า รัฐบาลตั้งเป้าหมายไว้ว่า จะทำให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2565 และถอนสถานะของการเป็นโรคติดต่อร้ายแรง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมประกาศและปรับมาตรการต่าง ๆ โดย สสส. ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหนึ่งในคณะกรรมการในการปรับมาตรการครั้งนี้ด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าสู่ชีวิตวิถีใหม่

ดร.สุปรีดา กล่าวต่อว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ผ่านมา สสส. ได้สนับสนุนให้เกิดพื้นที่นำร่องช่วยเหลือชุมชนกว่า 110 ชุมชน และร่วมมือกับโรงงาน 15 แห่ง ผ่านสหภาพแรงงาน เพื่อรับมือและป้องกันโควิด-19 เช่น การทำธนาคาร ATK เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงการตรวจ จัดทำระบบครัวกลางในชุมชน เพื่อดูแลผู้ป่วยระหว่างการกักตัวในบ้านและชุมชน รวมทั้งโครงการอื่น ๆ จนสามารถดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้กว่า 500 คน และสร้างเสริมสุขภาวะคนจนเมืองได้กว่า 34 ชุมชน ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล

“สงกรานต์กลายเป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องระวังทั้งในเรื่องของอุบัติเหตุและการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพราะมีการคาดการณ์ไว้แล้วว่าประชาชนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาจำนวนมาก และอาจมีกิจกรรมรวมกลุ่มสังสรรค์ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้น  สสส.และภาคีเครือข่าย ร่วมรณรงค์ให้เกิดการลด ละ เลิกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ควบคู่ไปกับรณรงค์การลดอุบัติเหตุ “ดื่มไม่ขับ กลับบ้านปลอดภัย” เพื่อป้องกันและลดการเกิดอุบัติเหตุทางถนน” ดร.สุปรีดา กล่าว

6 ข้อปฏิบัติลดเสี่ยงโควิด-19

1. ตรวจ ATK ก่อนออกเดินทา
2. สวมหน้ากากตลอดเวลา
3. เว้นระยะห่าง
4. ล้างมือบ่อย ๆ
5. อย่าลืมให้ผู้สูงอายุฉีดวัคซีน
6. งดตั้งวงเหล้า – พนัน

นางสาวศรีไพร นนทรี ผู้แทนกลุ่มสหภาพแรงงานย่านรังสิตและใกล้เคียง กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ส่งผลกระทบกับผู้ประกันตนมาตรา 33 ที่คนทำงานในโรงงานไม่สามารถเว้นระยะห่างได้ แต่แรงงานก็ไม่ได้รับการเยียวยา และเข้าถึงการรักษาได้ลำบาก โดยเฉพาะมาตรการของบางโรงงาน ที่นายจ้างออกข้อกำหนดว่า คนที่ติดเชื้อมาจากข้างนอก จะถูกตีเป็นการลาป่วยทั่วไป ไม่ใช่การลาป่วยพิเศษจากโควิด-19 มีผลต่อการปรับขึ้นโบนัส เบี้ยขยัน ที่น้อยลงหรือไม่ได้รับเลย ทำให้แรงงานเกิดความกังวล

นางสาวศรีไพร กล่าวต่อว่า มีการคาดการณ์ว่า สงกรานต์ปีนี้ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 น่าจะเพิ่มขึ้นและหนักว่าช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา จึงเกิดคำถามต่อว่า ถ้าหากลูกจ้างกลับมาแล้วติดเชื้อ บริษัท หรือรัฐจะมีวิธีการจัดการไม่ให้เชื้อแพร่กระจายต่อไปได้อย่างไร เรามีความกังวลว่าถ้ารัฐประกาศให้โควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่นแล้ว ภาพรวมสถานการณ์จะเป็นอย่างไรต่อ เพราะจะต้องส่งผลกระทบต่อสิทธิแรงงานหลายข้อที่จะถูกลดลงไป อาจส่งผลทำให้เกิดการปกปิดข้อมูลตามมา อีกทั้งต้องยอมรับว่า โควิด-19 ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต แรงงานต้องรับภาระค่าใช้จ่ายที่รัฐจัดการไม่ได้ เช่น การซื้อ ATK หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอล์  ซึ่งส่วนนี้เป็นภาระค่าใช้จ่ายที่แรงงานต้องแบกรับเพิ่ม อยากให้รัฐให้ความสำคัญกับสวัสดิภาพของแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโควิด-19 และเข้ามาดูแลเราอย่างจริงจังมากขึ้น

นางสาววรรณา แก้วชาติ ผู้ประสานงานมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย กล่าวว่า เริ่มทดลองทำ Home Isolation โดยร่วมมือกับโรงพยาบาลปิยะเวท มีการจัดองค์ความรู้ในการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 จนสามารถรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่บ้านได้สำเร็จ ความเข้าใจเกี่ยวกับโควิด-19 นั้น ชุมชนที่ผ่านกระบวนการอบรมให้ความรู้จะค่อนข้างมีความเข้าใจ แต่บางชุมชนมีความรู้ แต่เป็นความรู้ปนความกลัว เพราะรับสารจากสื่อหลายแห่ง โดยเฉพาะการบอกว่าโควิด-19 เป็นโรคประจำถิ่น พบว่าหลายคนยังเข้าใจไม่มากพอ กลัวเสียเงิน หรือต้องไปรักษาที่โรงพยาบาลตามสิทธิเท่านั้น จึงเสนอให้ภาครัฐสื่อสารและเตรียมความพร้อมให้ประชาชน โดยมีทิศทางและมาตรการที่ชัดเจน เช่น การดูแลและป้องกันตัวผ่านสื่อที่น่าเชื่อถือ การรักษาตามระดับอาการ เช่น สีเขียวอยู่บ้าน สีเหลือง สีแดงสามารถเข้าโรงพยาบาลได้ทุกแห่ง รวมทั้งให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะลองโควิด รวมทั้งออกระเบียบบังคับตรวจ ATK ในสถานการณ์ที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อลดภาระแรงงานและประชาชนในการซื้ออุปกรณ์มาตรวจ

โควิด-19 ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิต เราผ่านอุปสรรค ความยากลำบากต่าง ๆ จนเกิดการเรียนรู้ และกลายเป็นความปกติใหม่ที่เราต้องปรับตัวให้อยู่กับโรคนี้ให้ได้ สสส. จะยังคงทำหน้าที่สื่อสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลและป้องกันโควิด-19 อย่างถูกต้อง รวมทั้งการดูแลสุขภาวะในทุกมิติ เพื่อให้ทุกคนรู้ รับ ปรับตัว พร้อมที่จะใช้ชีวิตและก้าวไปข้างหน้าต่อด้วยกัน

ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดวิกฤตใดก็ตาม หากเรามีความรู้ มีความเข้าใจที่ถูกต้อง รวมทั้งมีมาตรการในการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างชัดเจน และเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็จะช่วยให้เราผ่านพ้นวิกฤตต่าง ๆ ไปได้อย่างแน่นอน
1650451322603.jpg 

1650451332435.jpg

1650451339142.jpg

หมวดหมู่บทความ
เรื่องล่าสุด
หักดิบ.มั่นใจ.เลิกได้ไว
 
เรื่องน่าสนใจ
มหกรรมเครือข่ายสถานประกอบการสร้างเสริมสุขภาพ “คืน (ความ) สุข (ภาพ) แรงงานไทย ก้าวไกล... มาตรฐานสากล”
รายงานล่าสุดของนายแพทย์ใหญ่ กระทรวงสาธารณสุข สหรัฐอเมริกา “การสูบบุหรี่ทำให้เกิดโรคได้อย่างไร”
ผู้ว่าฯอำนาจเจริญ นำส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมรณรงค์พัฒนาสถานที่สาธารณะปลอดบุหรี่ "เลิกสูบ ลดเสี่ยง คุณทำได้" เพื่อสุขภาพที่ดีของตนเองและคนรอบข้าง
สนช. มีมติ เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ
 
ศูนย์บริการเลิกบุหรี่ทางโทรศัพท์แห่งชาติ
อาคารสมาคมพยาบาลแห่งประเทศไทยในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชั้น 6-7 เลขที่ 21/12 ถนนรางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ : 02-298-0144 โทรสาร : 02-298-0143
อีเมล : quitline1600@thailandquitline.or.th, quitline1600@hotmail.com web site: www.thailandquitline.or.th